THE THRIVE CLUB ผนึก Giffarine–AESTHETA เปิดเกม Social Wellness ผ่าน “ROX & RESET” ชูกลยุทธ์ MOVE · CONNECT · THRIVE

กรุงเทพฯ — 8 สิงหาคม 2569 — THE THRIVE CLUB เดินหน้าสร้าง Social Wellness Community ผ่านงาน “ROX & RESET” ณ 1RM Bangna ร่วมกับพันธมิตรหลัก Giffarine และ AESTHETA Wellness & Aesthetic ถ่ายทอดแนวคิด MOVE · CONNECT · THRIVE ผ่านประสบการณ์ที่เชื่อมการออกกำลังกาย การเตรียมความพร้อมของร่างกาย การฟื้นฟู ไลฟ์สไตล์ และการสร้าง Community เข้าไว้ด้วยกัน

ROX & RESET ถูกออกแบบให้เป็นมากกว่างานออกกำลังกาย โดยตั้งใจทำให้ Wellness เป็นประสบการณ์ที่ผู้คนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมได้จริง ไม่ว่าจะเป็นคนที่ออกกำลังกายเป็นประจำ ผู้ที่กำลังเตรียมตัวสำหรับการแข่งขัน หรือคนที่ต้องการเริ่มต้นดูแลสุขภาพในแบบของตัวเอง

หัวใจของงานถูกถ่ายทอดผ่าน 3 แนวคิดหลัก ได้แก่ MOVE · CONNECT · THRIVE
MOVE — ขยับอย่างมีเป้าหมาย
กิจกรรมเริ่มจาก ROX Race Challenge ที่ให้ผู้เข้าร่วมหมุนเวียนผ่านฐานกิจกรรมต่าง ๆ ซึ่งออกแบบให้ได้ใช้ทั้งความแข็งแรง ความคล่องตัว ความเร็ว และความอึด ก่อนเชื่อมต่อเข้าสู่ Pilates & Mobility เพื่อสร้างสมดุลของการเคลื่อนไหว เพิ่มความยืดหยุ่น และเตรียมความพร้อมของร่างกาย


คุณบุ๊คแบม–ชานิสา ชมเดช, Co-Founder & Head of Experience, THE THRIVE CLUB ผู้อยู่เบื้องหลังการออกแบบประสบการณ์และ Flow ของกิจกรรม กล่าวว่า
“เราอยากให้คนที่มางานได้มากกว่าความรู้สึกว่า วันนี้มาออกกำลังกายหนึ่งวัน ทุกกิจกรรมจึงถูกวางให้ต่อกันเป็น Journey ตั้งแต่การขยับ การใช้แรง การ Mobility ไปจนถึงการ Recovery ทุกคนสามารถเลือกทำตามระดับของตัวเองได้ จุดสำคัญคืออยากให้กลับไปพร้อมความรู้สึกว่า Wellness สามารถเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตได้จริง”
CONNECT — เชื่อมคน แบรนด์ และ Community ผ่านประสบการณ์จริง

อีกหนึ่งจุดเด่นของ ROX & RESET คือการออกแบบ Brand Collaboration ให้แบรนด์ไม่ได้เข้ามาอยู่ในงานเพียงในรูปแบบโลโก้ แต่สามารถเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ผู้เข้าร่วมได้จริง
Giffarine เชื่อมโยงกับกลุ่มคนรักสุขภาพผ่านผลิตภัณฑ์ กิจกรรม และการทำงานร่วมกับ KOL และ Creator ขณะที่ AESTHETA Wellness & Aesthetic เติมมิติด้าน Wellness, Longevity และการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันเข้าสู่ประสบการณ์ของผู้ร่วมงาน
คุณธอม–ทศวรรต ทะสุวร, Co-Founder & Head of Commercial, THE THRIVE CLUB กล่าวว่า
“สิ่งที่เรากำลังสร้างไม่ใช่พื้นที่ที่แบรนด์เข้ามาวางโลโก้แล้วจบ แต่เราต้องการให้แบรนด์เข้าไปอยู่ใน Moment ของผู้บริโภคจริง ๆ คนได้ลอง ได้สัมผัส ได้พูดคุย และเกิดประสบการณ์ร่วมกัน เพราะสำหรับเรา Visibility เป็นเพียงจุดเริ่มต้น แต่สิ่งที่สร้างความสัมพันธ์ระยะยาวคือ Experience และ Community”
แนวคิดดังกล่าวสะท้อนทิศทางของ THE THRIVE CLUB ที่ต้องการขยับจากรูปแบบ Sponsorship ไปสู่ Experience Partnership เชื่อม Brand Experience จาก On-ground Experience สู่ Content และ Community

THRIVE — Performance ที่ดีต้องมาพร้อม Recovery
หลังจากช่วง Movement ผู้เข้าร่วมสามารถเข้าสู่ Ice Bath, Sauna และ Recovery Experience ก่อนเปลี่ยนเข้าสู่บรรยากาศของ Reset Zone ซึ่งเป็นช่วงสำหรับพักผ่อน รับประทานอาหาร เครื่องดื่ม และพบปะผู้คนภายใน Community
คุณเอริทธิ์–ปาลวุฒิ พัวเวส, Co-Founder & Head of Operations, THE THRIVE CLUB กล่าวว่า
“ตอนนี้คนจำนวนมากจริงจังกับการออกกำลังกายและการเตรียมตัวสำหรับการแข่งขันมากขึ้น แต่ Performance ที่ดีไม่ได้เกิดจาก Training อย่างเดียว การเตรียมร่างกาย Mobility การจัดการพลังงาน และ Recovery สำคัญไม่แพ้กัน เราจึงออกแบบ Flow ของ ROX & RESET ให้เห็นภาพของการดูแลร่างกายแบบครบวงจร”
งานครั้งนี้จัดขึ้นภายในพื้นที่ 1RM Bangna ซึ่งช่วยเติมเต็มองค์ประกอบด้าน Fitness และ Functional Movement ขณะที่ JASON เข้ามาเสริมมิติด้าน Activewear และผลิตภัณฑ์สำหรับการออกกำลังกาย และ Calories Killers เติมเต็ม Wellness Journey ผ่านอาหารสุขภาพสำหรับผู้ร่วมงาน


นอกจากนี้ยังได้รับความร่วมมือจากแบรนด์และพันธมิตรด้าน Wellness, Lifestyle และ Food & Beverage อีกหลายราย ซึ่งร่วมกันสร้างบรรยากาศของงานภายใต้แนวคิด “Together, We Thrive.”
สำหรับ THE THRIVE CLUB งาน ROX & RESET เป็นอีกก้าวของการสร้าง Social Wellness Experience Community ที่ต้องการทำให้การดูแลสุขภาพไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมที่เกิดขึ้นในยิม แต่เป็นส่วนหนึ่งของ Lifestyle การพบปะผู้คน และการใช้ชีวิตที่สมดุล
MOVE · CONNECT · THRIVE
Move Better. Connect Better. Thrive in Life.
