องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก ชวนย้อนมอง “ต้นทุนของระบบอาหารที่ซ่อนอยู่” ในเทศกาล Bangkok Climate Action Week 2026

องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก ชวนย้อนมอง “ต้นทุนของระบบอาหารที่ซ่อนอยู่” ในเทศกาล Bangkok Climate Action Week 2026

เนื่องในวันสัตว์โลก องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก (ประเทศไทย) (World Animal Protection) ร่วมกับชมรมงิ้วล้อการเมือง คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และคณะหุ่นเจ้าขุนทอง จัดการแสดงชุด “เปาบุ้นจิ้นกับศึกครัวร้อนโลกรวน” ในสัปดาห์การขับเคลื่อนด้านสภาพภูมิอากาศกรุงเทพฯ หรือ Bangkok Climate Action Week 2026 ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) และลุมพินีสถาน สวนลุมพินี เพื่อเน้นย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการเปลี่ยนผ่านระบบอาหารอย่างเป็นธรรม (Just Food Transition) ในประเทศไทย ผ่านการผสานศิลปะการแสดงอันเป็นเอกลักษณ์และเนื้อหาเฉียบคม ที่ให้ทั้งความรู้ ความสนุก และกระตุกต่อมความคิดของผู้ชมไปพร้อม ๆ กัน และยังชวนผู้ร่วมงานร่วมตั้งคำถามผ่านกิจกรรมเวิร์กช็อป ว่าระบบอาหารที่เรามีอยู่ในปัจจุบันนี้มีความเท่าเทียม มีมนุษยธรรม และยั่งยืนแล้วหรือไม่ พร้อมเชิญชวนผู้ชมร่วมกันออกแบบระบบอาหารของไทยในอนาคตที่จะดีต่อชุมชน สัตว์ และโลกของเรา


การแสดงสุดเข้มข้นที่ผสานงิ้วล้อการเมืองและหุ่นขวัญใจเด็ก ๆ ยุค 90
ความดุเดือดของคดีนี้เริ่มต้น ณ ศาลไคฟง เมื่อ “ท่านเปา” หรือ เปาบุ้นจิ้น ผู้พิพากษาผู้เที่ยงธรรมแห่งจีนยุคโบราณ เปิดศาลรับฟังคำร้องทุกข์จากตัวแทนของ “เสียงที่ไม่มีใครได้ยิน” เช่น เกษตรกรรายย่อย เทพแห่งธรรมชาติ และเจ้าไก่ในฟาร์มอุตสาหกรรม ซึ่งได้นำความเดือดร้อนของตน รวมถึง “ต้นทุนที่ซ่อนอยู่” ในระบบอาหารในปัจจุบันมาฟ้องร้องต่อศาล โดยมีตัวละครจากคณะหุ่นเจ้าขุนทองมาร่วมให้ความรู้แก่ผู้ชมทุกวัยเกี่ยวกับความซับซ้อนของระบบอาหารและสวัสดิภาพสัตว์ที่หลายคนนึกไม่ถึง บทละครที่เข้าใจง่ายและให้ความบันเทิง


แต่แฝงด้วยสาระอัดแน่นที่นำไปสู่คำถามอันสำคัญยิ่ง ว่าในระบบอาหารที่ผุพังและเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลกในทุกวันนี้ ใครคือผู้ได้รับประโยชน์ และใครคือผู้แบกรับต้นทุนมหาศาลที่ซ่อนอยู่ในสิ่งแวดล้อม ในวิถีชีวิต และสุขภาพของคนในสังคม และที่สุดแล้ว ระบบอาหารที่เท่าเทียม มีมนุษยธรรมและยั่งยืนสำหรับคน สัตว์ และโลก ควรมีหน้าตาเป็นอย่างไร
ยกศาลไต่สวนสู่พื้นที่สาธารณะ: สยามสแควร์ และสวนลุมพินี
กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นในสองพื้นที่หลักใจกลางกรุงเทพฯ พร้อมกันนี้ยังมีกิจกรรมเวิร์กช็อป “Rebuilding a Better Food Future for Thailand” ที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก ผู้เข้าร่วมงานได้ร่วมกันระดมความคิดเห็นเพื่อร่าง “ปฏิญญาการเปลี่ยนแปลงระบบอาหารฉบับประชาชน (The People’s Food Charter)” ซึ่งแบ่งข้อเสนอแนะนโยบายจากประชาชนเป็น 3 หัวข้อหลัก คือนโยบายที่ดีต่อคน ดีต่อสัตว์ และดีต่อโลก โดยครอบคลุมประเด็นสำคัญ ดังนี้:
⦁ ระบบอาหารที่เท่าเทียม มีมนุษยธรรม และยั่งยืน
⦁ การปกป้องสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ
⦁ วิถีชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีของชุมชน
⦁ สวัสดิภาพสัตว์
⦁ ระบบอาหารที่ดีต่อสุขภาพของชุมชนและผู้บริโภค
⦁ ความยืดหยุ่นและการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
นอกจากนี้ ยังต่อยอดจากการแสดง ให้ผู้ชมได้สวมบทบาทเป็น “พยานและคณะลูกขุน” ที่จะมาร่วมกันตัดสินในคดีที่ตั้งคำถามว่า เมื่อระบบอาหารขับเคลื่อนด้วยเงินตราและผลกำไร ใครกันแน่ที่เป็นผู้แบกรับผลกระทบ และในระบบที่ซับซ้อนเช่นนี้ ใครควรมีหน้าที่อย่างไรในการสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นจริงในประเทศไทย
บทเรียนและข้อคิดสำคัญจากงาน
ความสำเร็จของกิจกรรมครั้งนี้ช่วยให้ผู้เข้าร่วมตระหนักถึงความจริงอันโหดร้ายและต้นทุนที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังอาหารที่เรากิน โดยมีประเด็นสำคัญ ได้แก่:
⦁ ใครได้กำไร ใครเป็นผู้จ่าย: ประเทศไทยผลิตเนื้อสัตว์ในปริมาณมหาศาล (เช่น ไก่เนื้อเกือบ 2,000 ล้านตัวต่อปี) และยังเป็นประเทศส่งออกเนื้อสัตว์ระดับต้น ๆ ของโลก แต่ผลกำไรกระจุกตัวอยู่กับกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่เพียงไม่กี่ราย ขณะที่สัตว์ ชุมชน ผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อม กลับต้องเป็นผู้แบกรับภาระต้นทุนทั้งหมด
⦁ การผลิตของฟาร์มอุตสาหกรรมเชื่อมโยงกับหลายวิกฤต: ปัญหาการตัดไม้ทำลายป่าเพื่อปลูกพืชอาหารสัตว์ มลพิษทางน้ำ ดินและอากาศ การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ การดื้อยาต้านจุลชีพ (AMR) สิทธิแรงงานและกลุ่มชาติพันธุ์ ความไม่เป็นธรรมต่อเกษตรกรรายย่อย การผูกขาดของตลาดผ่านระบบเกษตรพันธะสัญญา และสวัสดิภาพสัตว์ แม้แต่ภัยพิบัติที่เป็นผลจากภาวะโลกรวน มักถูกมองว่าเป็นเรื่องแยกจากกัน แต่แท้จริงแล้วมันคือเรื่องราวเดียวกันที่ล้วนเกี่ยวโยงกับระบบอาหารของเรา
⦁ การลดการบริโภคเนื้อสัตว์อย่างเดียวไม่เพียงพอ: เราต้องการการเปลี่ยนผ่านระบบอาหารที่เป็นธรรม ลดการพึ่งพาเนื้อสัตว์จากฟาร์มอุตสาหกรรมซึ่งครองสัดส่วนมากกว่า 90% ของตลาดปัจจุบัน และหันมาให้ความสำคัญ ตลอดจนผลักดันการผลิตที่เป็นธรรมต่อสัตว์ เกษตรกร ชุมชนและแรงงานที่ยังอยู่ในระบบ โดยมีสวัสดิภาพสัตว์และเกษตรกรรายย่อยเป็นศูนย์กลางในการกำหนดทิศทางนโยบาย
⦁ ทุกคนมีบทบาท: ผู้บริโภค ภาคธุรกิจ และภาครัฐ ต่างมีหน้าที่ในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงนี้ และการเปลี่ยนผ่านระบบอาหารควรถูกบรรจุไว้ในวาระนโยบายด้านสภาพภูมิอากาศ


ก้าวต่อไป: จากข้อเรียกร้องสู่เวทีนโยบายและการผลักดันระดับโลก
ข้อคิดเห็นและมุมมองที่สะท้อนจากผู้เข้าร่วมงานสอดคล้องกับแนวทางในเอกสารข้อเสนอเชิงนโยบาย (Just Transition White Paper) ขององค์กรฯ ว่าด้วยการเปลี่ยนผ่านระบบอาหารอย่างเป็นธรรม ซึ่งระบุข้อเสนอแนะในการมุ่งสู่ระบบอาหารที่เท่าเทียม มีมนุษยธรรม และยั่งยืน มุมมองเหล่านี้จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับการทำงานร่วมกับผู้กำหนดนโยบายและพันธมิตรในการผลักดันให้เกิดการปฏิรูประบบอาหารในประเทศไทย
องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลกเชื่อมั่นในการเชื่อมโยงความเปลี่ยนแปลงระดับท้องถิ่นและมุมมองของภาคประชาชนในประเทศไทยเข้ากับการขับเคลื่อนนโยบายและการรณรงค์ด้านระบบอาหารในระดับสากล โดยในเวทีประชุมด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก COP31 ที่องค์กรฯ จะเข้าร่วมในเดือนพฤศจิกายนนี้ จะร่วมส่งเสียงสะท้อนของประชาชน สัตว์ และชุมชน เพื่อมุ่งไปสู่ความยั่งยืนที่แท้จริง
ขณะเดียวกัน องค์กรฯ จะเดินหน้าพูดคุยกับผู้กำหนดนโยบาย เพื่อผลักดันประเด็นการเปลี่ยนผ่านระบบอาหารและการยกระดับสวัสดิภาพสัตว์ พร้อมทั้งร่วมมือกับเครือข่าย พันธมิตร ชุมชน และพลเมืองในการขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริงผ่านนโยบาย การดำเนินงานของภาคธุรกิจ ความปลอดภัยและการมีส่วนร่วมของชุมชน และทางเลือกของผู้บริโภค ในประเทศไทยและภุมิภาคเอเชียอาคเนย์

เกี่ยวกับองค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก
องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก หรือ World Animal Protection เป็นองค์กรเพื่อคุ้มครองปกป้องสวัสดิภาพสัตว์ และยุติการทารุณกรรมสัตว์อย่างถาวร โดยสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ประเทศอังกฤษ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2493 มีบทบาทในการให้คำปรึกษากับองค์การสหประชาชาติและสภายุโรป ทำงานร่วมกับภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา เพื่อยกระดับสวัสดิภาพสัตว์ สร้างความแตกต่างให้สัตว์ได้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ไม่ถูกทารุณกรรมทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยดำเนินงานครอบคลุมทั้งสัตว์ในชุมชน, สัตว์ป่า – สัตว์ในฟาร์ม รวมถึงการให้ความรู้ด้านปศุสัตว์ที่มีมนุษยธรรมอันส่งผลต่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของคนและสัตว์ ข้อมูลเพิ่มเติม www.worldanimalprotection.or.th
รายละเอียดเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ บริษัท พีอาร์ โปร เอเชีย จำกัด โทร. 02 664 088